efinancethai

ประเด็นร้อน

8 บจ.ลุยซื้อกิจการเติมพอร์ต Q4/65 รวมกว่า 5.4 พันลบ.

8 บจ.ลุยซื้อกิจการเติมพอร์ต Q4/65 รวมกว่า 5.4 พันลบ.

ช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ยังมี บจ.แห่ซื้อกิจการเติมพอร์ตต่อเนื่อง ล่าสุดมี 8 บจ. แห่ทำ M&A มูลค่ารวมกันกว่า 5.4 พันลบ . ดีล JMART ซื้อ "สุกี้ตี๋น้อย" แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร กับ "AQ" ซื้อ "อีโกรนิกซ์" ต่อยอดธุรกิจกัญชง - กัญชา มูลค่าสูงสุด 1.2 พันลบ. เท่ากัน ฟาก JKN ทำเซอร์ไพรส์ ซื้อเวทีประกวดนางงามระดับโลก "Miss Universe" กว่า 800 ลบ.


*** พบ 8 บจ. แห่ซื้อกิจการเติมพอร์ตฯท้ายปี
 

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบว่า ช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้ มี 8 บริษัท เดินหน้าซื้อกิจการ (M&A) เข้ามาเติมพอร์ตธุรกิจ มูลค่ารวมกันกว่า 5.4 พันล้านบาท ประกอบด้วย 
 

8 บจ.ลุยซื้อกิจการเติมพอร์ต Q4 รวมกว่า 5.4 พันลบ.

หุ้น

บริษัทที่ถูกซื้อ

มูลค่า (ลบ.)

JMART

บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป (สุกี้ตี๋น้อย)

1,200

AQ

อีโกรนิกซ์ (ธุรกิจกัญชง-กัญชา)

1,200

JKN

Miss Universe Organization

800

BJC

ตะวันนา บางพลี/ต่อยอดเฟรช (ตลาดทิพย์นิมิต)

750

THG

ตรังเวชกิจ (โรงพยาบาล ทีอาร์พีเอช)

657

NBC

มนตรีทรานสปอร์ต

539

SELIC

เทวกรรมโอสถ (น้ำมันมวย)

280

ADD

ไฮเว็บ เทคโนโลยี

6

ที่มา : SETSMART


8 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 5 บริษัท ขณะที่ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีจำนวน 3 บริษัท โดยกลุ่มธุรกิจบริการติดโผสูงสุ จำนวน 2 บริษัท 


*** JMART - AQ ซื้อกิจการมูลค่าสูงสุด 1.2 พันลบ.
 

บมจ.เจ มาร์ท (JAMRT) และ บมจ.เอคิว เอสเตท (AQ) เป็น 2 บริษัท ที่มีมูลค่าซื้อกิจการช่วงไตรมาส 4/65 สูงสุด 1.2 พันล้านบาท เท่ากัน 

โดย JMART ข้าลงทุนในบริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด (BNN) ซึ่งประกอบธุรกิจร้านอาหารภายใต้แบรนด์ "สุกี้ ตี๋น้อย" จำนวน 352,941 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด มูลค่าลงทุนรวมไม่เกิน 1.2 พันล้านบาท

ทั้งนี้ JMART มองว่า BNN ยังมีศักยภาพเติบโตอีกมาก สะท้อนจากการดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์"สุกี้ ตี๋น้อย" ซึ่งปัจจุบันมีสาขา 42 แห่ง ในประเทศ และยังมีแผนธุรกิจในการเติบโตต่อเนื่อง ซึ่ง JMART ในฐานะที่มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าปลีก, การเงิน และเทคโนโลยี จะช่วยให้ BNN มีผลการดำเนินงานเติบโตตามเป้าหมาย และช่วยขยายสาขาไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงแผนการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯต่อไป

ด้าน AQ อนุมัติให้บริษัท ธานนท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (บริษัทย่อยของ AQ) เข้าซื้อบริษัท อิโกรนิกซ์ จำกัด (EGRONIX) ซึ่งดำเนินธุรกิจการปลูกและจำหน่ายพืชกัญชง - กัญชา และพืชอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านบาท 

สำหรับพื้นที่ปลูกกัญชง - กัญชา ตั้งอยู่ที่ จ.ลำพูน มีพื้นที่กว่า 15 ไร่ ประกอบด้วย 50 โรงเรือน และมีพื้นที่กลางแจ้ง 3 พันตารางเมตร ซึ่ง AQ คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ภายในต้นปี 66 และจะได้รับกำไรคืนทุนในระยะเวลาไม่นาน 
 

*** อีก 4 บจ. แห่ทำ M&A มูลค่ามากกว่า 500 ลบ.
 

ขณะเดียวกัน ยังมีอีก 4 บริษัท ที่เข้าซื้อกิจการเข้ามาเติมพอร์ตธุรกิจในช่วงไตรมาส 4/65 มูลค่าตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ประกอบด้วย บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป (JKN) ที่เข้าซื้อกิจการทั้งหมดขององค์กรนางงามจักรวาล (Miss Universe Organization) จาก IMG Worldwide, LLC ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้น 100% โดย Endeavor Group Holdings, Inc. (“ผู้ขาย”)

ทั้งนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 20 ล้านดอลลาร์ (ประกอบด้วยสัญญาดังกล่าว 14 ล้านดอลลาร์ และลิขสิทธิ์ 6 ล้านดอลลาร์ ) หรือไม่เกิน 800 ล้านบาท 

ฟาก บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท ตะวันนา บางพลี จำกัด และบริษัท ต่อยอดเฟรช (ไทยแลนด์) จำกัด จาก บริษัท ทีซีซี แคปปิตอล แลนด์ จำกัด มีมูลค่าประมาณ 750 ล้านบาท เพื่อหวังต่อยอดธุรกิจค้าปลีกของ BJC โดย ตะวันนา บางพลี เป็นเจ้าของสิทธิเช่าที่ดิน ระยะเวลา 30 ปี ในจ.สมุทรปราการ ส่วน ต่อยอดเฟรช เป็นผู้ดำเนินธุรกิจตลาดสดค้าปลีก ค้าส่ง ภายใต้ชื่อ "ตลาดทิพย์นิมิต"

ขณะที่ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) เข้าซื้อหุ้น 55% ของบริษัท ตรังเวชกิจ จำกัด (TRPH) มูลค่ารวม 657 ล้านบาท โดย TRPH ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาล ทีอาร์พีเอช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนใน จ.ตรัง มีขนาดเตียงรองรับผู้ป่วย 200 เตียง ให้บริการรักษาพยาบาลโรคทั่วไป สำหรับผู้ป่วยในจ.ตรัง และ พื้นที่ใกล้เคียง เช่น นครศรีธรรมราช, กระบี่, พัทลุง และ สตูล เป็นต้น 

ด้าน บมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น (NBC) เข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 90% ของ บมจ.มนตรีทรานสปอร์ต คอร์ปอเรชั่น (Montri) คิดเป็นมูลค่า 539 ล้านบาท โดย Montri ดำเนินธุรกิจรถรับ - ส่งนักเรียน และให้บริการรถเช่าเพื่อการทัศนาจร ซึ่งการเข้าลงทุนดังกล่าว เป็นจังหวะที่เหมาะสมเนื่องจากมีการกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง ส่งผลให้ภาพรวมของการท่องเที่ยวเป็นไปในทิศทางบวก สอดคล้องไปกับการใช้บริการรถเช่าเพื่อการทัศนาจรมากขึ้น 
 

*** ส่วน 2 บจ.ที่เหลือทำ M&A มูลค่า 6 - 280 ลบ.
 

ส่วน 2 บริษัทที่เหลือ ประกอบด้วย บมจ.ซีลิค คอร์พ (SELIC) ที่ทุมงบลงทุน 280 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 50% ของบริษัท เทวกรรมโอสถ ซึ่งประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อภายใต้แบรนด์"น้ำมันมวย" ซึ่งมีการจำหน่ายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

โดย SELIC ประเมินว่า การเข้าทำธุรกรรมดังกล่าว จะสามารถช่วยขยายการเติบโตของธุรกิจหลัก และเป็นการเปิดโอกาสเข้าสู่ตลาดใหม่ อย่าง ตลาด Healthcare ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังทำให้ SELIC สามารถขยายช่องทางการดำเนินธุรกิจเพิ่มเติมจากประเภท Business to Business เป็น Business to Consumer ได้อีกเวย 

ปิดท้ายด้วย บมจ.แอดเทค ฮับ (ADD) ที่เข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 60% ของ บริษัท ไฮเว็บ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ (HWTHAI) มูลค่า 6 ล้านบาท การทำธุรกรรมดังกล่าว เพื่อต้องการต่อยอดธุรกิจในการให้บริการโซลูชันครบวงจร ตามแผนนโยบายการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 66 ภายใต้ 2 กลยุทธ์ คือ ทั้ง Organic และ Inorganic 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด