efinancethai

ประเด็นร้อน

หุ้นไทยโดน Naked Short ป่วน เรื่องจริง หรือ คิดไปเอง ?

หุ้นไทยโดน Naked Short ป่วน เรื่องจริง หรือ คิดไปเอง ?

วงการเทรดเผย Naked Short Selling ผ่านโรบอทของนักลงทุนต่างชาติกำลังป่วนหุ้นไทย และนักลงทุนในประเทศ ดูดความเชื่อมั่นหาย ฉุดวอลุ่มตลาดฯ วูบ จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องหามาตรการแก้ไข ฟาก ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยันไม่พบเหตุ ตรวจสอบแล้วทุกช่องทาง พร้อมยืนกรานดูแลนักลงทุนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

 

*** โปรแกรมเทรดตัดขารายย่อย ความเชื่อมั่นหาย วอลุ่มตลาดวูบ

Algorithmic Trading หรือที่เรียกว่าโปรแกรมเทรดอัตโนมัติ หรือโรบอทเทรด หรือ High-frequency trading (HFT) จากนักลงทุนต่างประเทศ ถูกมองว่าเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยผันผ่วนและวอลุ่มการซื้อขายหดหายไป


จากการสอบถามข้อมูลจาก ผู้บริหารโบรกเกอร์, นักวิเคราะห์ รวมถึงนักลงทุนรายใหญ่ ให้ความเห็นตรงกันว่า โปรแกรมเทรดโดยเฉพาะกลุ่ม HFT จากนักลงทุนต่างประเทศ ทำให้นักลงทุนในประเทศหายไปจากตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะรายย่อย


สาเหตุสำคัญคือโปรแกรมที่นักลงทุนต่างชาติใช้มีความไวในการซื้อขายสูง และมีต้นทุนที่ถูกกว่า ขณะที่รายย่อยในประเทศไม่สามารถใช้โปรแกรมเทรดแบบเดียวกันได้  ซึ่งส่งผลกระทบต่อการซื้อขายระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มเดย์เทรด ที่ถูกโปรแกรมดักหน้า ดักหลัง ทั้งขาขึ้นและขาลง 


ปัจจุบันโปรแกรมเทรดมีสัดส่วนการซื้อขายสูงระดับ 30-40% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งตลาดเลยทีเดียว ต่างจากสิ้นปี 64 ที่มีสัดส่วนราว 20-30% เท่านั้น


ตัวเลขที่สะท้อนผลกระทบได้ดีคือ ช่วงที่สัดส่วนโปรแกรมเทรดอยู่ที่ราว 20% +/- มูลค่าการซื้อขายตลาดหุ้นไทยอยู่ที่เฉลี่ย 8 หมื่นล้านบาทต่อวัน ยันกว่า 1 แสนล้านบาทต่อวัน 


แต่ปัจจุบันสัดส่วนโปรแกรมเทรดขึ้นมาสูงเฉียด ๆ 40% มูลค่าการซื้อขายหุ้นไทยกลับเหลือเพียง 4 - 5 หมื่นล้านบาทต่อวันเท่านั้น เป็นไปได้ว่านักลงทุนรายย่อยและสถาบันในประเทศเริ่มขยาด


สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสวนทางกับที่ตลาดหลักทรัพย์พยายามชักชวนนักลงทุนเข้ามาในตลาดหุ้นเพื่อลงทุนระยะยาว แต่กลับปล่อยให้โปรแกรมเทรดที่เน้นเก็งกำไรระยะสั้นมาก ๆ แบบเร็ว ๆ มามีบทบาทกับตลาดหุ้นไทย 

 

*** Naked Short เข้ามาป่วนซ้ำ 

ที่สำคัญเกิดการปล่อยให้กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศที่ใช้โปรแกรมเทรดทำ Naked Short Selling หรือขาย Short โดยไม่มีหุ้นในมือ ซึ่งใช้ช่องโหว่ผ่านผู้ดูแลรับฝากทรัพย์สิน (Custodian) จากต่างประเทศ โดยเวลาส่งออเดอร์ให้โบรกเกอร์ เขาจะไม่เห็นว่ามีหุ้นอยู่จริงหรือไม่แบบเรียลไทม์ จากนั้นก็จบรายการซื้อขายภายในวัน (Net Settlement) ก็ไม่ต้องไปหาหุ้นมาคืน หรือหากปิดดีลไม่ได้ ก็ค่อยไปยืมหุ้น แล้วค่อยเก็บในตลาดในราคาต่ำ (ถล่มขายไปก่อนแล้ว) มาคืนได้ เพราะมีเวลาคือ T+2 ซึ่งลูปนี้ถือเป็นช่องสำคัญที่ต้องตรวจสอบและแก้ไข


จากเดิมที่กลุ่มโปรแกรมเทรด และ HFT เทรดก็ป่วนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันในประเทศไปมากแล้ว หากมีการทำ Naked Short Selling มาซ้ำเติมอีก ตลาดหุ้นไทยแย่แน่ ๆ เพราะความเชื่อมั่นและวอลุ่มการซื้อขายจะค่อย ๆ หายไป เหมือนบางประเทศก่อนหน้านี้ ซึ่งหน่วยงานที่กำกับดูแลต้องหามาตรการมาดูแลเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นมีความเหลื่อมล้ำแบบไม่เป็นธรรมอยู่

 

*** ตลท.ย้ำตรวจทุกช่องทางแล้ว ไม่พบ Naked Short

ทันใดนั้นในวันนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นำโดย "ดร.ภากร ปีตธวัชชัย" ออกมายืนยันว่า ไม่พบการทำ Short Sell ที่ผิดกฎหมาย หรือ Naked Short Selling ในทุกช่องทางที่ตรวจสอบ ซึ่งรวมถึงผู้ดูแลรับฝากทรัพย์สิน (Custodian) จากต่างประเทศ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการมอนิเตอร์ข้อมูลอย่างเข้มงวดสม่ำเสมอ หากพบการซื้อขายที่ผิดปกติจะสอบถามไปยังบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทันที


ทั้งนี้ ตลท.ได้ยกตัวอย่างหุ้นต้องสงสัยถูกทำ Naked Short Selling ซึ่งเผยแพร่เป็นไวรัลในโซเชี่ยลมีเดีย นั่นก็คือ บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ที่มีการแชร์ว่าเมื่อ 12 ก.ค.66 มีคำสั่งขายลึกลับถึง 30 ล้านหุ้น


แต่เรื่องนี้ ตลท.ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า คำสั่งขาย 30 ล้านหุ้น ไม่ได้มาจากโปรแกรมเทรดของนักลงทุนต่างชาติ เป็นคำสั่งขายของผู้ลงทุนในประเทศที่ถือครองหุ้นมากกว่าจำนวนที่ตั้งคำสั่งขาย จึงไม่ใช่การ Short Sell ที่สำคัญคำสั่งขายดังกล่าวไม่เกิดการ Match เลย และไม่ได้กระทบกับราคาหุ้นช่วงเวลาที่วางคำสั่งไว้ หลังจากนั้นภายใน 20 นาทีก็มีการถอนคำสั่งขายทั้่งหมดและไม่กลับมาอีกเลยตลอดวันทำการ


ที่สำคัญย้ำอีกว่า ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์มีการดูข้อมูลแบบเรียลไทม์ในทุกวัน โดยหากพบกรณียืมหุ้นมาซื้อขาย ปกติจะสุ่มสอบถามว่าเป็นการยืมหุ้นโดยถูกต้องหรือไม่ แต่กรณีที่พบการขายก่อนจำนวนมาก แล้วซื้อคืนระหว่างวัน โดยไม่มียอดยืมหุ้นยกมา ก็จะมีการสอบถามไปยัง บล.เพื่อขอหลักฐานการยืมหุ้น และดำเนินการรูปแบบนี้ทุกบัญชีจากทุก บล.ไม่มีข้อยกเว้น


"เรามีเครื่องมือในการมอนิเตอร์การซื้อขายโดยละเอียดแบบบเรียลไทม์ เช่น ณ การซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ สัดส่วน Short Sell คือ 9.51% มูลค่าการซื้อขาย 3,481 ล้านบาท โดยสัดส่วนโปรแกรมเทรด (ที่ไม่ใช่ HFT) อยู่ที่ 36.64% ส่วนใหญ่อยู่ใน SET50 ประมาณ 40% และ DW ราว 30% ดังนั้นอยากให้มั่นใจได้ว่าเราตามข้อมูลตลอด ทั้งหุ้นรายตัว รายอุตสาหกรรม และภาพรวมทั้งตลาดฯ " ผู้จัดการ ตลท.กล่าว


ขณะที่ปีนี้พบกรณีต้องสงสัยบ้างหลายรายการเกี่ยวกับกรณี Short Sell ที่ผิดปกติ แต่เมื่อสอบถามไปยัง บล.ก็ได้รับหลักฐานการยืมหุ้นครบถ้วน ดังนั้นยังไม่พบ Naked Short Selling แต่อย่างใด ส่วนกรณีที่มีคำสั่งซื้อขายไม่เหมาะสมและเข้าข่ายทำราคาหุ้นก็ได้ส่งต่อไปที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต่อไป ซึ่งเป็นกระบวนการปกติอยู่แล้ว


"ไม่ใช่ว่าเรานิ่งนอนใจ หรือไม่ทำอะไรเลย เราตรวจสอบอย่างละเอียดและเข้มงวดทุกการซื้่อขายที่ผิดปกติ ยิ่งไปกว่านั้นหากผู้สื่อข่าวหรือนักลงทุนท่านใดก็ตาม มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นในบริษัทไหน ส่งเรื่องมาได้ที่ 02-009-9999 เรายินดีตรวจสอบและชี้แจงเป็นสาธารณะ เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ครบถ้วน" ดร.ภากร ย้ำอย่างหนักแน่น


อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักวิเคราะห์และนักลงทุน ก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อตามที่ ตลท.ชี้แจงเลยเสียทีเดียว เพราะมันเคยมีการทำ Naked Short มาก่อน แถมยังเป็นช่องทางที่สามารถสร้างกำไรได้ เป็นสิ่งจูงใจให้ใคร ๆ อาจจะอยากทำ ซึ่งก็ต้องเป็นหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องไปหาข้อเท็จจริงเพื่อตอบข้อสงสัยที่สังคมกำลังตั้งคำถามมาให้ได้...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด