efinancethai

ประเด็นร้อน

กองทุน ถล่มขายหุ้นไทยแล้ว 2.3 แสนลบ. คาดปีนี้แรงขายยังไม่สะเด็ดน้ำ

กองทุน ถล่มขายหุ้นไทยแล้ว 2.3 แสนลบ. คาดปีนี้แรงขายยังไม่สะเด็ดน้ำ

จับตากองทุนเทขายหุ้นไทยต่อเนื่อง กดดันหุ้นไทยขยับขึ้นช้าลง หลังคาดในช่วงไตรมาส 1/66 มีโอกาสขายออกอีก 2.58 หมื่นลบ. หลังกองทุน LTF ครบกำหนดไถ่ถอนตั้งแต่ปี 60 มีมูลค่ากว่า 6.45 หมื่นล้านบาท ลุ้นแรงขายแผ่วช่วง Q2-Q3/66 หวั่นเงินกองทุนไหลออกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ด้าน บลจ.ทิสโก้ ชี้หุ้นไทยเริ่มแพง-ผลตอบแทนไม่จูงใจ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)พบว่าในช่วงปี 64-65 นักลงทุนสถาบันในประเทศ(กองทุน)ขายสุทธิออกมารวมกันกว่า 2.29 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นปี 64 ประมาณ 7.7 หมื่นล้านบาท และปี 65 กว่า 1.52 แสนล้านบาท 

 

นอกจากนี้ หากนับตั้งแต่ช่วงวันที่ 1-16 ม.ค.66 กองทุนยังมีการขายต่อเนื่องติดต่อกันรวมแล้ว 10,236 ล้านบาท จึงทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าแรงขายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอะไร โดยกูรูตลาดทุนส่วนใหญ่ฟันธงกันว่าน่าจะเกิดจากแรงขายของเม็ดเงินกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ครบกำหนดถือครองและเม็ดเงินใหม่ที่ไหลเข้ากองทุนหุ้นไทยที่ลดน้อยลง

 

*** เอเซีย พลัส คาด Q1/66 กองทุนขายหุ้นไทยกว่า 2.58 หมื่นลบ.

 

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ รองผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ในช่วงไตรมาส 1/66 คาดว่าแรงขายของนักลงทุนสถาบันในประเทศอาจกดดันให้ดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) ปรับตัวขึ้นได้ช้าลง เนื่องจากประเมินว่ามีเม็ดเงินจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่เข้าซื้อสะสมในช่วงปี 60 รวมประมาณ 6.45 หมื่นล้านบาท ซึ่งครบกำหนดถือครอง 7 ปีปฏิทินในช่วงต้นปี และจะทำให้มีโอกาสเห็นเม็ดเงินจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศไหลออกจากตลาดกว่า 2.58 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ 

 

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของเดือนม.ค.ที่ผ่านมา พบว่านักลงทุนสถาบันในประเทศขายหุ้นไทยออกมาติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับตั้งแต่ช่วงวันที่ 1-16 ม.ค.66 รวมแล้วกว่า 10,236 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแรงขายของเม็ดเงินในกองทุน LTF ที่ถูกปลดล็อคการขายหน่วยได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ปัจจุบันดัชนีฯเข้าใกล้ระดับ 1,700 จุด ซึ่งสูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยในการซื้อกองทุน LTF เมื่อปี 60 ที่ระดับ 1,678 จุด ประกอบกับแรงซื้อในกองทุน LTF เดิมและกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF) ที่มีเม็ดเงินใหม่ไหลเข้ามาลดน้อยกว่าเดิมค่อนข้างมาก 

 

*** คาดแรงขายแผ่วช่วง Q2-Q3/66 หลังเม็ดเงิน LTF เริ่มหมด-ดัชนีฯใกล้จุดต้นทุน

 

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าแรงขายนักลงทุนสถาบันในประเทศจะเริ่มแผ่วลงก็ต่อเมื่อแรงขายจากกองทุน LTF เริ่มหมดลงหรือดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงมาใกล้ระดับต้นทุนเฉลี่ยที่บริเวณ 1,678 จุด โดยเบื้องต้นในช่วงไตรมาส 2-3/66 คาดว่าแรงขายจากกองทุน LTF จะเริ่มปรับลดระดับลงจากช่วงไตรมาส 1/66 หรือตกประมาณเดือนละไม่ถึงระดับ 1 หมื่นล้านบาทได้

 

*** คาดแรงดึงดูดกองทุนหุ้นไทยน้อย หวั่นกองทุนขายสุทธิเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

 

ขณะที่มองว่าปัจจุบันแรงดึงดูดเม็ดเงินเข้ากองทุนหุ้นไทยน้อย เพราะปกติแล้วแรงซื้อกองทุน LTF จะอยู่ที่ระดับ 6-7 หมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบันกลับมีแรงซื้อกองทุนรวม SSF ลดลงเหลือเพียงหลักพันล้านบาทเท่านั้น จึงทำให้มีโอกาสสูงที่จะเห็นเม็ดเงินไหลออกมากกว่าไหลเข้า รวมถึงกองทุนรวม SSF ส่วนใหญ่มีการเปิดกองใหม่ที่เน้นกระจายการลงทุนออกไปในตลาดต่างประเทศแตกต่างจากกองทุน LTF ที่เน้นลงทุนในหุ้นไทย และมีกำหนดระยะการถือครองที่นานกว่าหรือไม่น้อยกว่า 10 ปี จึงทำให้แรงดึงดูดเม็ดเงินผู้ลงทุนค่อนข้างน้อย

 

นอกจากนี้คาดว่ามีโอกาสที่จะเห็นแรงขายนักลงทุนสถาบันในประเทศปีนี้เป็นไหลออก หลังจากในช่วงปี 64-65 นักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิออกมารวมกันกว่า 2.29 แสนล้านบาท โดยแบ่งปี 64 ราว 7.7 หมื่นล้านบาท และปี 65 กว่า 1.52 แสนล้านบาท 

 

*** บลจ.ทิสโก้ เผยหุ้นไทยเริ่มแพง-ผลตอบแทนไม่จูงใจ

 

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า สาเหตุที่สถาบันในประเทศเทขายหุ้นไทยออกมา ส่วนหนึ่่งน่าจะมาจากแรงขายในกองทุน LTF ที่ครบกำหนด ประกอบกับมองว่าดัชนีหุ้นไทยที่ขึ้นมาสูงใกล้ระดับ 1,700 จุด ซึ่งถือว่ามูลค่าหุ้นไทยตอนนี้ค่อนข้างแพงมากแล้ว โดยมีระดับ EPS (กำไรต่อหุ้น) ที่ 100 บาท และระดับ P/E ที่ 17 เท่า ซึ่งสูงกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นจีน-เวียดนามที่ยังดูถูกกว่าตลาดหุ้นไทยมาก

 

ทั้งนี้มองว่าปัจจุบันผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้น้ำหนักกับตลาดหุ้นไทยมากนัก เพราะกองทุนไม่ได้จูงใจเรื่องผลตอบแทนเมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ประกอบกับกองทุนรวม SSF ก็ไม่ได้จำกัดการลงทุนแค่ในตลาดหุ้นไทยเท่านั้น แต่สามารถไปลงทุนในตลาดต่างประเทศได้ จึงมีความนิยมหันไปเปิดกองที่ออกไปลงทุนในตลาดต่างประเทศกันเพิ่มมากขึ้น

 

"หุ้นไทยมีปัจจัยบวกระยะสั้นช่วงนี้คือเรื่องการเปิดเมืองและการเลือกตั้ง โดยเชื่อว่าหากหมด 2 ปัจจัยนี้ ตลาดหุ้นก็ไม่น่ามีแรงส่งแล้ว จึงทำให้โอกาสที่สถาบันในประเทศจะเทขายออกมาก็ยังมีอยู่" นายสาห์รัช กล่าว

 

*** บลจ.ทาลิส คาดกองทุนขายหุ้นไทยออกต่อเนื่องในช่วง 3-5 ปี

 

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด กล่าวว่า คาดเม็ดเงินนักลงทุนสถาบันในประเทศที่ไหลออกอย่างต่อเนื่องน่าจะเป็นแรงขายของกองทุน LTF ที่ครบกำหนด ประกอบกับหุ้นไทยที่ไม่ได้ขยับไปไหนมาในช่วง 2-3 ปีแล้ว รวมถึงเม็ดเงินที่ไหลเข้ากองทุนมาใหม่ถูกกระจายไปลงทุนในตลาดต่างประเทศหรือลงทุนในตลาดตราสารหนี้แทน เพื่อป้องกันความเสี่ยง จึงทำให้อาจเห็นเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาน้อยกว่าเม็ดเงินที่ไหลออกไป

 

ขณะที่คาดว่าปีนี้เม็ดเงินจากสถาบันในประเทศจะยังไหลออกอยู่หรือไหลออกต่อเนื่องในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า จนกว่าเม็ดเงินจากกองทุน LTF จะถูกไถ่ถอนจนหมดหรือกองทุนรวม SSF จะเริ่มครบกำหนดถือครอง อย่างไรก็ตามอนาคตอาจเห็นกองทุนขายหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องและทำให้มูลค่าหุ้นไทยดูถูกลง เพราะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาหุ้นไทยเทรดกันในระดับที่ค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย ซึ่งสะท้อนจากกลุ่มกองทุนที่เข้ามาซื้อสะสมในช่วงก่อนหน้านี้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด