efinancethai

ประเด็นร้อน

พบ 24 หุ้นราคาปีนี้ดิ่งหนัก 51 - 79% รายย่อย 3.3 แสนรายอ่วม

พบ 24 หุ้นราคาปีนี้ดิ่งหนัก 51 - 79% รายย่อย 3.3 แสนรายอ่วม

เปิดโผ 24 บจ.ราคาหุ้นปีนี้ร่วงแรง 51 - 79% รายย่อยติดดอยกว่า 3.3 แสนราย มาร์เก็ตแคปหายรวมกว่า 2.74 แสนล้านบาท หุ้นร้อนชื่อดังติดโผเพียบ ทั้ง บจ.ใหญ่ใน SET100 และ กลุ่มหุ้นซิ่งอิงธุรกิจคริปโทฯ รวมถึงหุ้นที่วิ่งแรงปีก่อน พบส่วนใหญ่งบการเงินทรุด เกินครึ่งขาดทุน


*** พบ 24 บจ.ราคาปี 65 ดิ่งเกิน 50% รายย่อย 3.3 แสนรายอ่วม
 

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจราคาหุ้นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ตั้งแต่ต้นปีถึง 19 ต.ค.65 (YTD) พบว่ามีถึง 24 บริษัทที่ราคาปรับตัวลดลงมากกว่า 50%YTD โดยเป็น บจ.ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 18 บริษัท และ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 6 บริษัท ซึ่งหมวดธุรกิจที่ติดโผมากสุดคือ ไอซีที (SET) และ สินค้าอุปโภคบริโภค (mai) อย่างละ 3 บริษัทเท่ากัน รองลงมาคือ อิเล็กทรอนิกส์ (SET), พาณิชย์ (SET), ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ (SET) และ การเงิน (mai) ที่ติดโผหมวดละ 2 บริษัท

ทั้งนี้พบว่าทั้ง 24 บจ.ข้างต้นมีผู้ถือหุ้นรายย่อยถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 3.3 แสนราย โดย บมจ.สินมั่นคงประกันภัย (SMK) ราคาหุ้นติดลบมากสุดถึง 79% จากราคาปิด 30 ธ.ค.64 ที่ 22.8 บาท ล่าสุด ณ 19 ต.ค.65 เหลือเพียง 4.72 บาท รองลงมาคือ บมจ.อี ฟอร์ แอล เอม (EFORL) ราคาลดลง 78% จากสิ้นปีก่อนที่ 2 บาท ล่าสุดเหลือเพียง 0.45 บาท
 

24 หุ้นราคาดิ่งเกิน 50%YTD

ชื่อย่อหุ้น

ราคาปิด 30 ธ.ค.64 (บ.)

ราคาปิด 19 ต.ค.65 (บ.)

%chg YTD

SMK

22.8

4.72

-79

EFORL

2

0.45

-78

IT

16.5

5.6

-66

JCK

1.07

0.39

-64

STGT

30.25

11.4

-62

HANA

88.5

35.25

-60

NCAP

8.04

3.28

-59

TNDT

1.43

0.59

-59

KKC

1.09

0.45

-59

SYNEX

36.5

15.4

-58

DOD

11.2

4.74

-58

NV

7.05

3

-57

AJA

0.61

0.26

-57

SDC

0.51

0.22

-57

BROOK

1.06

0.47

-56

PPPM

0.36

0.16

-56

JTS

131

58.5

-55

ACAP

1.23

0.57

-54

SABUY

24.7

11.7

-53

JSP

7.4

3.52

-52

JKN

8.1

3.9

-52

KCE

88

42.5

-52

W

4.34

2.1

-52

JCKH

0.35

0.17

-51

“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” รวบรวมข้อมูลจาก SET ณ 19 ต.ค.65


*** มาร์เก็ตแคปหาย 2.74 แสนลบ. 2 หุ้น SET100 หนักสุด
 

ขณะที่พบว่าจากราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงแรง 51 - 79% ของ 24 บจ.ข้างต้น ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) ลดลงรวมประมาณ 2.74 แสนล้านบาท โดย 2 บจ.จาก SET100 ที่ติดอยู่ในโผหุ้นกลุ่มนี้ด้วย มาร์เก็ตแคปลดลงสูงสุด ประกอบด้วย

1.บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) หรือ STGT ที่ราคาหุ้นปีนี้ลดลงไปถึง 62% จากสิ้นปีก่อนที่ 30.25 บาท ล่าสุดเหลือเพียง 11.4 บาท มาร์เก็ตแคปเหลือเพียง 3.27 หมื่นล้านบาท จากสิ้นปีก่อนที่อยู่ระดับ 8.66 หมื่นล้านบาท หรือลดลงไปถึง 5.4 หมื่นล้านบาท โดยเป็นหุ้นกลุ่มนี้ที่มีผู้ถือหุ้นรายย่อยมากสุดถึง 6.8 หมื่นราย

2.บมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) ราคาหุ้นปรับตัวลดลงระดับ 60% จากสิ้นปีก่อนที่ 88.5 บาท ล่าสุดอยู่ที่ 35.25 บาท ส่งผลให้มาร์เก็ตแคปล่าสุดเหลือเพียง 5.02 หมื่นล้านบาท จากสิ้นปีก่อนที่อยู่ระดับ 1.04 แสนล้านบาท หรือ หายไป 5.37 หมื่นล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นรายย่อยถือหุ้นอยู่ 3.34 หมื่นราย


*** กลุ่มกระแสคริปโทฯ ทรุด
 

ขณะเดียวกันพบว่า 3 บจ.ที่เกี่ยวข้องกับการรุกธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี่ ทั้งเหมืองขุดบิตคอยน์และซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี่ โดยหากนับจากต้นปี บมจ.เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี (AJA) ราคาลดลงสูงสุด 57% รองลงมาคือ บมจ.บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) ราคาลดลง 56% และ บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS) ราคาลดลง 55%

แต่หากนับจากราคาสูงสุดของปีนี้เทียบกับราคาล่าสุด บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS) จะเป็นหุ้นที่ราคาปรับตัวลดลงสูงสุดถึง 90% โดยต้นปีนี้ราคาขึ้นไปสูงสุด 594 บาท แต่ล่าสุดเหลือเพียง 58.5 บาท
 

*** ส่วนใหญ่ผลประกอบการทรุด-เกินครึ่งขาดทุน
 

ทั้งนี้เมื่อสำรวจงบการเงินของทั้ง 24 บริษัทข้างต้นพบว่า ส่วนใหญ่ผลประกอบการครึ่งแรกปี 65 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมี 2 บริษัทพลิกขาดทุน, 11 บริษัทขาดทุนเพิ่มขึ้น และ 6 บริษัทกำไรลดลงระดับ 41- 96% ซึ่งมีเพียง 4 บริษัทที่กำไรเพิ่มขึ้น และ 1 บริษัทที่ขาดทุนลดลง
 

ผลประกอบการ 24 หุ้นราคาดิ่งเกิน 50%YTD

ชื่อย่อหุ้น

กำไร 6M/65 (ลบ.)

กำไร 6M/64 (ลบ.)

%chg YoY

JSP

-23

19

พลิกขาดทุน

NV

-33

61

พลิกขาดทุน

SMK

-32,554

-183

ขาดทุนเพิ่ม

DOD

-26

-3

ขาดทุนเพิ่มขึ้น

TNDT

-26

-5

ขาดทุนเพิ่มขึ้น

BROOK

-312

-85

ขาดทุนเพิ่มขึ้น

KKC

-343

-119

ขาดทุนเพิ่มขึ้น

ACAP

-331

-121

ขาดทุนเพิ่มขึ้น

W

-203

-135

ขาดทุนเพิ่มขึ้น

PPPM

-135

-100

ขาดทุนเพิ่มขึ้น

SDC

-171

-134

ขาดทุนเพิ่มขึ้น

AJA

-44

-39

ขาดทุนเพิ่มขึ้น

JCKH

-115

-109

ขาดทุนเพิ่มขึ้น

EFORL

5

120

-96

STGT

1,669

17,332

-90

NCAP

78

149

-48

JKN

91

161

-44

IT

51

89

-42

HANA

610

1,038

-41

JCK

-34

-93

ขาดทุนลดลง

KCE

1,162

1,121

4

SYNEX

415

396

5

JTS

131

48

175

SABUY

464

81

474

“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” รวบรวมข้อมูลจาก SET ณ 19 ต.ค.65


บมจ.โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) หรือ JSP และ บมจ.โนวา ออร์แกนิค (NV) เป็น 2 บริษัทที่พลิกขาดทุน จากครึ่งแรกปี 64 ที่มีกำไร 19 ล้านบาท และ 61 ล้านบาท ตามลำดับ ล่าสุด ณ สิ้นงบครึ่งแรกปี 65 ขาดทุน 23 ล้านบาท และ 33 ล้านบาท ตามลำดับ

ด้าน บมจ.สินมั่นคงประกันภัย (SMK) เป็นบริษัทที่ขาดทุนเพิ่มขึ้นมากสุด โดย ณ สิ้นงบครึ่งแรกปี 65 ขาดทุนถึง 3.3 หมื่นล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 183 ล้านบาท 

ขณะที่  บมจ.อี ฟอร์ แอล เอม (EFORL) งบครึ่งแรกปี 65 มีกำไรสุทธิ 5 ล้านบาท ลดลงถึง 96% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 120 ล้านบาท 

เช่นเดียวกับ บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) หรือ STGT ที่มีกำไรครึ่งแรกปี 65 เพียง 1,669 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ถึง 1.73 หมื่นล้านบาท หรือลดลง 90%







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด