efinancethai

ประเด็นร้อน

30 หุ้น SET100 ดิ่งแรงสุด 1 วีคหลัง ดันอัพไซด์สูงสุด 63.46%

30 หุ้น SET100 ดิ่งแรงสุด 1 วีคหลัง ดันอัพไซด์สูงสุด 63.46%

SET ช่วง 1 วีคหลัง ดิ่งถึง 73.41 จุด หรือ 4.49% ทำนิวโลว์รอบ 1 ปี กดผลตอบแทนหุ้น SET100 ติดลบเฉลี่ย 4.17% ขณะที่ 30 หุ้น SET100 ดิ่งแรงสุด ผลตอบแทนติดลบเฉลี่ย 5.24% หุ้นพลังงาน - นอนแบงก์ติดโผเพียบ พบ GLOBAL ดิ่งแรงสุด 9.13% ฟาก SYNEX อัพไซด์สูงสุด 63.46% วงการแนะสะสมหุ้นเปิดเมือง ก่อนประกาศโควิดเป็นโรคประจำถิ่น 1 ก.ค.นี้

 
*** SET ดิ่งทำนิวโลว์รอบ 1 ปี รับเงินเฟ้อพุ่งแรง
 

ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา (13 - 20 มิ.ย.65) ปรับตัวลงถึง 73.41 จุด หรือ 4.49% โดยในช่วงดังกล่าว ดัชนีหุ้นไทย ปรับตัวลงลึกสุดที่ระดับ 1,544.26 จุด ทำสถิติต่ำสุดใหม่ (นิวโลว์) ในรอบ 1 ปี 

สำหรับ สาเหตุหลักที่ทำให้ SET Index ปรับตัวลงถึง 73.41 จุด ภายใน 1 สัปดาห์ เนื่องจากได้รับปัจจัยลบ จากอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ธนาคารกลางทั่วโลก ส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอัตราเร่ง กดดันให้สภาพคล่องส่วนเกินในตลาดทุนลดลง


*** หุ้น SET100 ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 4.17%
 

ทั้งนี้ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจการเคลื่อนไหวราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่อยู่ในดัชนี SET100 พบว่าในช่วงดังกล่าว บจ. SET100 มีผลตอบแทนราคาหุ้นติดลบเฉลี่ย 4.17% โดยมีถึง 88 บริษัท ที่ผลตอบแทนราคาหุ้นติดลบ ขณะที่ 30 บจ. ที่ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงสุดประกอบด้วย 
 

30 หุ้น SET100 ดิ่ง 1 วีกหลัง - ถ่างอัพไซด์เปิดกว้าง

ชื่อย่อหุ้น

ราคาปิดล่าสุด (บ.)

%chg 1 W

ราคาเหมาะสม (บ.)*

%อัพไซด์**

GLOBAL

18.9

-9.13

20 - 30

5.82 - 58.73

PTT

33.25

-8.90

42 - 42.5

26.32 - 27.82

ESSO

10.8

-8.47

12 - 16

11.11 - 48.15

PTTEP

158.5

-8.38

160 - 196

0.96 - 23.66

IRPC

3.12

-8.24

3.55 - 3.6

12.18 - 15.38

SPRC

11.6

-7.94

13.1 - 15.5

12.93 - 33.62

TOP

49.5

-7.48

57 - 77

15.15 - 55.56

BCP

29.5

-7.09

36.1 - 39

22.37 - 32.2

DOHOME

16.6

-6.21

19.17 - 22

15.48 - 32.53

BEC

14.3

-5.92

18.5 - 19.5

29.37 - 36.36

SCGP

52.25

-5.86

56 - 57

7.18 - 9.09

SIRI

1.01

-5.61

1.1 - 1.12

8.91 - 10.89

TIDLOR

30

-5.51

41.5 - 42

38.33 - 40

KKP

63.25

-4.89

78 - 81

23.32 - 28.06

SCB

103

-4.63

154 - 167

49.51 - 62.14

BPP

14.6

-4.58

17.5 - 19

19.86 - 30.14

STARK

4.34

-4.41

6.5

49.77

MTC

43.5

-4.40

63 - 71

44.83 - 63.22

SYNEX

18.2

-4.21

27.25 - 29.75

49.73 - 63.46

SAWAD

48.5

-3.96

64 - 65

31.03 - 34.02

KTC

57.5

-3.77

66 - 75

14.78 - 30.43

IVL

47.75

-3.54

61 - 70

27.75 - 46.6

HANA

41.25

-3.51

40 - 62

(-3.03) - 50.30

BAM

17.6

-3.30

24.1 - 27

36.93 - 53.41

AMATA

18.7

-3.11

23.5 - 25

25.67 - 33.69

AEONTS

172.5

-3.09

200 - 260

15.94 - 50.72

MINT

33.5

-2.90

40 - 42

19.40 - 25.37

EA

83.75

-2.90

80 - 115

(-4.48) - 37.31

PTTGC

44

-2.76

49.8 - 58

13.18 - 31.82

BCH

18.2

-2.67

23.7 - 26

30.02 - 42.86

*ราคาเหมาะสมสูงสุด – ต่ำสุด จาก IAA Consensus ตั้งแต่เดือน มิ.ย.65

**อัพไซด์เทียบราคาปิด 20 มิ.ย.65


30 บจ.ดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค ถึง 15 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจเงินทุน และหลักทรัพย์ที่ติดโผจำนวน 6 บริษัท ซึ่งหากนับเฉพาะ 30 บจ.ดังกล่าว พบว่า ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผลตอบแทนราคาหุ้นกลุ่มนี้ ติดลบเฉลี่ย 5.24% 


*** GLOBAL ดิ่งแรงสุด 9.13% ช่วง 1 วีคหลัง
 

บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) เป็นบริษัทที่ราคาหุ้นช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวลงมากที่สุด 9.13% ขณะที่ เมื่อสำรวจราคาเหมาะสมต่ำสุด - สูงสุด จาก IAA Consensus ตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.65 พบว่า GLOBAL มีอัพไซด์ระหว่าง 5.82 - 58.73%

รองลงมา คือ บมจ.ปตท. (PTT) ที่ราคาหุ้นปรับตัวลง 8.9% ขณะที่ เมื่อสำรวจราคาเหมาะสมต่ำสุด - สูงสุด จาก IAA Consensus ตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.65 พบว่า PTT มีอัพไซด์ระหว่าง 26.32 - 27.82%


*** พบอีก 11 หุ้น ดิ่งแรงกว่า 5% ช่วง 1 วีคหลัง
 

นอกจากนี้ ยังมีอีกถึง 11 บริษัท ที่ราคาหุ้นช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวลงมากกว่า 5% ประกอบด้วย บมจ.เอสโซ่ (ประเทศไทย) (ESSO) ราคาหุ้นปรับตัวลง 8.47%, บมจ.ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ราคาหุ้นปรับตัวลง 8.38%, บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) ราคาหุ้นปรับตัวลง 8.24%

ด้าน บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) ราคาหุ้นปรับตัวลง 7.94%, บมจ.ไทยออยล์ (TOP) ราคาหุ้นปรับตัวลง 7.48%, บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ราคาหุ้นปรับตัวลง 7.09%, บมจ.ดูโฮม (DOHOME) ราคาหุ้นปรับตัวลง 6.21%, บมจ.บีอีซี เวิลด์ (BEC) ราคาหุ้นปรับตัวลง 5.92%

ส่วน บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCPG) ราคาหุ้นปรับตัวลง 5.86%, บมจ.แสนสิริ (SIRI) ราคาหุ้นปรับตัวลง 5.61% และ บมจ.เงินติดล้อ (TIDLOR) ราคาหุ้นปรับตัวลง 5.51%
 

*** SYNEX อัพไซด์กว้างสุด 49.73 - 63.46%
 

ขณะที่ บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) (SYNEX) เป็นบริษัทที่ราคาหุ้นซื้อ - ขาย ปัจจุบัน มีอัพไซด์สูงสุดถึง 49.73 - 63.46% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมจาก IAA Consensus โดยราคาหุ้น SYNEX ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวลง 4.21%

รองลงมา คือ บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) ที่ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน มีอัพไซด์ระหว่าง 44.83 - 63.22% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมจาก IAA Consensus โดยราคาหุ้น MTC ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวลง 4.40%
 

*** พบอีก 6 บจ. ราคาหุ้นมีอัพไซด์เกิน 50% 
 

ขณะที่ มีอีก 6 บริษัท ที่ราคาหุ้นซื้อ - ขาย ณ ปัจจุบัน มีอัพไซด์มากกว่า 50% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมจาก IAA Consensus ประกอบด้วย บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) ที่ราคาหุ้นมีอัพไซด์ 49.51 - 62.14%, บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) ราคาหุ้นมีอัพไซด์ 5.82 - 58.73%

ฟาก บมจ.ไทยออยล์ (TOP) ราคาหุ้นมีอัพไซด์ 15.15 - 55.56%, บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) ราคาหุ้นมีอัพไซด์ 36.93 - 53.41%, บมจ.อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) (AEONTS) ราคาหุ้นมีอัพไซด์ 15.94 - 50.72% และ บมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) ราคาหุ้นมีอัพไซด์ (-3.03) - 50.30%


*** กูรูชี้ถึงเวลาสะสมหุ้นเปิดเมือง - พื้นฐานแกร่ง
 

"กรภัทร วรเชษฐ์" ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า หุ้น SET100 ที่ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าสะสมของนักลงทุน เนื่องจากในระยะถัดไป หุ้นดังกล่าวยังมีโอกาสรีบาวด์ขึ้นได้ จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และ ยังเป็นเป้าหมายของนักลงทุนต่างประเทศ (Fund Flow) รวมถึงกองทุนต่างๆ

อย่างไรก็ตาม แม้วันนี้จะเริ่มเห็นการรีบาวด์ขึ้นบ้างก็ตาม แต่ระยะถัดไป หุ้น SET100 ยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนต่อเนื่อง หลังธนาคารกลางสหรัฐฯยังคงท่าทีปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอัตราเร่ง ดังนั้น การเข้าลงทุน จึงต้องเลือกหุ้นเป็นรายตัว ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยมองว่า จังหวะเข้าซื้อที่ดี คือ รอช่วงดัชนีย่อตัวลงบริเวณ 1,550 จุดอีกครั้ง

ส่วน "เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล. เอเซียพลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หุ้นในกลุ่ม SET100 ที่มีความน่าสนใจเข้าสะสมในช่วงนี้ ยังเป็นหุ้นที่ได้รับอานสิงส์จากการเปิดเมืองที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง เนื่องจากผลการดำเนินงาน มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่ 1 ก.ค.65 หลังรัฐบาลประกาศโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น

ทั้งนี้ มองว่า จังหวะเข้าซื้อที่เหมาะสม คือ ช่วงที่ดัชนี ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 1,570 จุด โดย แนะนำ หุ้นในกลุ่มขนส่งโลจิสติกส์, สื่อและสิ่งพิมพ์, และ โรงพยาบาลที่มีรายได้หลักจากผู้ป่วยต่างประเทศ เนื่องจากหุ้น 3 กลุ่มดังกล่าว จะได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศเต็มรูปแบบสูงสุด 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด