efinancethai

ประเด็นร้อน

จับตาไฮยีลด์บอนด์สภาพคล่องฝืด พบจ่อครบดีลปีนี้กว่า 7 หมื่นลบ.

จับตาไฮยีลด์บอนด์สภาพคล่องฝืด พบจ่อครบดีลปีนี้กว่า 7 หมื่นลบ.

วงการห่วงสภาพคล่องไฮยีลด์บอนด์ พบจ่อครบดีลกว่า 7 หมื่นลบ. จับตากลุ่ม ไฟแนนซ์, อสังหาฯ กลาง-เล็ก อาจมีปัญหา หน่วยงานเกี่ยวข้องเตรียมหาแนวทางควบคุม

 

*** วงการมองปีนี้ ยังมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหุ้นกู้

"ชวินดา หาญรัตนกุล" นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ประเมินว่า ปี 2567 มีแนวโน้มที่จะยังมีบริษัทผิดนัดชำระหุ้นกู้ต่อจากปีที่แล้ว แต่เชื่อว่าความรุนแรงไม่น่าจะเท่ากับปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ดูดีขึ้น ซึ่งจะทำให้กระแสเงินสด (Cash Flow) ของบรรดาบริษัทที่ออกหุ้นกู้เป็นบวกมากขึ้น 


อย่างไรก็ตาม มองว่า บริษัทที่ออกหุ้นกู้ที่ไม่มีเครดิต เรทติ้ง รองรับ มีแนวโน้มเหนื่อยมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นกู้เริ่มถูกสั่นคลอนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้กลุ่มหุ้นกู้เหล่านี้ ถูกนักลงทุนทั้งรายใหญ่ และรายย่อยเพ่งเล็งเป็นกลุ่มแรก ๆ ซึ่งโดยปกติของแวดวงเศรษฐกิจถ้าหมดความเชื่อมั่นเมื่อไร ก็มีแต่จะรันดาวน์

 

*** กูรูแนะระวังกลุ่ม Rollover อสังหาฯ - ไฟแนนซ์ เสี่ยง

"เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย พลัส กล่าวว่า ความเสี่ยงการผิดนัดชำระหุ้นกู้ปี 2567 เริ่มมีสัญญาณอันตรายขึ้นอีกครั้ง หลังบมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ขอเลื่อนชำระคืนเงินต้นหุ้นกู้ออกไปอีก 2 ปี แต่ยังชำระดอกเบี้ยตามปกติ ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากหากอิงข้อมูลของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC)


พบว่าหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดปี 2567 ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ราว 1.8 แสนล้านบาท (หรือสัดส่วน 17% ของหุ้นกู้ทั้งหมด) นอกจากนี้ หุ้นกู้ในระบบ ที่จะครบกำหนดไตรมาส 1/66 มีอยู่เกือบ 1.9 แสนล้านบาท (แบ่งเป็น Investment Grade 1.48 แสนล้านบาท, Non-Investment Grade 2.04 หมื่นล้านบาท และ Non-Rated อีกราว 1.77 หมื่นล้านบาท) ส่วนใหญ่ก็เป็นหุ้นกู้ในกลุ่มอสังหาฯ เช่นกัน ทำให้เกิดความกังวลต่อความเสี่ยงที่จะไม่สามารถคืนหุ้นกู้ หรือไม่สามารถ Rollover ได้


อย่างไรก็ตาม แม้ประเด็นดังกล่าวจะสร้าง Sentiment เชิงลบ ต่อภาพรวมของกลุ่มอสังหาฯ แต่ก็ไม่สามารถเหมารวมความเสี่ยงต่อกลุ่มดังกล่าวได้ทั้งระบบ เนื่องจากต้องพิจารณา และวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาหุ้นกู้เป็นรายบริษัทมากกว่า 


โดยมองว่ากลุ่มผู้ประกอบการที่มีความเสี่ยงมากกว่ารายอื่น คือ ผู้ประกอบการอสังหาฯขนาดกลาง - เล็ก ที่มีพอร์ตสินค้าไม่กระจายตัว โดยกระจุกตัวในสินค้าประเภทคอนโดมิเนียม (เสี่ยงมากกว่าแนวราบฯ ที่มี Business Cycle สั้นกว่า และสามารถทยอยลงทุนเป็นเฟส ๆ ได้) รวมถึงผู้ประกอบการที่มีปัญหาสภาพคล่องการเงิน โครงสร้างการเงินอ่อนแอ วัดจาก Net Gearing สูงเกิน 2 - 3 เท่าขึ้นไป


ด้าน"อาทิตย์ จันทร์สว่าง" นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.กรุงศรี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประเด็นดังกล่าว กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหุ้นกู้โดยตรง ซึ่งจะทำให้การระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ทำได้ยาก และมีภาระต้นทุนที่สูงขึ้น อาจกระทบกลุ่มบริษัทที่ต้องการ Roll over หุ้นกู้ที่กำลังจะครบกำหนด หรือกลุ่มบริษัทในธุรกิจไฟแนนซ์ ซึ่งนิยมระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ เป็นหลัก

 

*** จับตา ! ไฮยีลด์บอนด์ครบดีลปี 67 เฉียดล้านลบ.

"อริยา ติรณะประกิจ" รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ปี 2567 จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดรวมทั้งสิ้น 8.9 แสนล้านบาท โดยประมาณ 90% เป็นหุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงต่ำระดับ Investment Grade หรือมีอันดับเครดิตเรทติ้งตั้งแต่ BBB- ขึ้นไป คิดเป็นมูลค่ารวม 7.9 แสนล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นหุ้นกู้ที่มีเรทติ้ง A- ขึ้นไปถึง 6.9 แสนล้านบาท


ขณะเดียวกันมีหุ้นกู้กลุ่ม Non-Investment Grade (เครดิตเรทติ้งตั้งแต่ BB+ ลงมา) หรือเรียกอีกอย่างว่า High Yield Bond หรือหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูง และมีความเสี่ยงสูงเช่นกัน โดยพบว่าปี 67 จะครบกำหนดประมาณ 9.96 แสนล้านบาท คิดเป็นราว 10% ของหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดทั้งหมดในระบบ


ขณะที่ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลหุ้นกู้ไฮยีลด์บอนด์ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่กำลังจะครบกำหนดภายในปี 2567 พบว่ามีทั้งสิ้น 45 บริษัท มูลค่ารวม 7.1 หมื่นล้านบาท โดยมีถึง 19 บจ.ที่มีมูลค่าหุ้นกู้ใกล้ครบกำหนดเกิน 1,000 ล้านบาท และ 5 บริษัทมีหุ้นกู้ต้องชำระคืนเกิน 5,000 ล้านบาท


ทั้งนี้ "อริยา ติรณะประกิจ" กลับมากล่าวต่อว่า สถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ยังคงต้องติดตามเป็นรายบริษัท เพราะส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา แม้เป็นหุ้นกู้ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือก็ตาม แต่ยังได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุน โดยจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัท และชื่อเสียงของผู้บริหาร เป็นสำคัญ
 

ไฮยีลด์บอนด์ 45 บจ.ต่อครบกำหนดปี 67

ชื่อย่อหุ้น

เครดิตเรทติ้ง

จำนวนหุ้นกู้ (ชุด)

มูลค่า (ลบ.)

ดอกเบี้ย (%)

ANAN

BB+

4

7,057

4.5 - 5.4

PF

BB

6

6,668

6.8 - 7.25

STARK

-

3

6,585

3.8 - 4

THAI

-

5

5,840

3.55 - 5.58

ITD

BB+

3

5,670

5 - 5.8

GRAND

BB-

4

4,799

6.85 - 7.3

SINGER

BB+

2

3,000

5.75

JKN

-

5

2,511

6.25 - 7

CGD

-

4

2,229

7.5 - 7.75

SABUY

-

2

2,000

6.25

A

B

3

1,929

6.7 - 7

MJD

BB

4

1,867

6.8

TNITY

-

11

1,608

3.4 - 5.5

INET

-

3

1,500

4.9 - 5.15

JCK

-

3

1,442

7 - 7.5

MK

BB+

2

1,136

5.6

NVD

-

2

1,115

6.4 - 6.8

MICRO

BB+

3

1,083

5.4 - 5.5

RML

-

5

1,012

7 - 7.35

EP

BB+

2

938

5.25 - 6.25

CHAYO

BB+

2

889

5.25 - 5.7

RICHY

-

2

864

6.75 - 7.1

PSTC

-

1

788

6.95

NUSA

-

2

750

6.5 - 7

APCS

-

2

692

6 - 6.2

AQUA

BB+

1

629

5.75

ECF

BB-

2

610

6.85 - 7.15

PLE

-

1

600

6.5

BEYOND

BB

1

577

6.25

CI

BB

1

500

6.85

PROEN

-

1

500

6.5

SGF

-

1

500

6.7

CMC

-

1

485

7

NOVA

-

1

400

6.8

GLOCON

-

1

300

7.5

LIT

BB-

1

300

7

TWZ

-

1

209

6.25

CWT

-

1

200

7.5

KUN

B

1

200

6.9

TCC

-

1

200

6.5

GCAP

-

2

191

7.5 - 7.75

SKY

-

1

156

6

NCH

-

1

150

4.85

ZIGA

-

1

127

6.25

PPS

-

1

120

7.5

ที่มา : ThaiBMA ข้อมูล ณ 19 ธ.ค.66


 

*** หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งหามาตรการควบคุม 

"จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (รมช.คลัง) เปิดเผยถึงแนวทางการตั้งกองทุนพยุงหุ้นกู้ที่อาจมีปัญหาผิดนัดชำระหนี้ หรือไม่สามารถออกหุ้นกู้เพื่อทดแทนชุดเดิม (Roll Over) ได้นั้น ยืนยันว่า สามารถทำได้ แต่ปัจจุบัน ยังไม่มีความชัดเจนว่าจำเป็นต้องทำหรือไม่ หรือหากจะดำเนินการ จะทำในช่วงเวลาใด


ส่วนสถานการณ์หุ้นกู้ที่หลายภาคส่วนแสดงความกังวลใจนั้น ยืนยันว่า ปัจจุบัน กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด


ด้าน บล.กสิกรไทย เสริมว่า ต้องติดตามทางรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมหาแนวทางดูแลหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2567 กว่า 1 ล้านล้านบาท เพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อสภาพคล่องและเกิดการเบี้ยวหนี้ แบ่งเป็น 2 แนวทางคือ 1.ตั้งกองทุนดูแลหุ้นกู้เฉพาะที่มีเครดิตเรตติ้ง หรือ 2.ตั้งกองทุนดูแลทั้งระบบ เพื่อไม่ให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ มองเป็นปัจจัยบวกกับกลุ่มไฟแนนซ์ และอสังหาริมทรัพย์ ที่จะต้อง Rollover หุ้นกู้ปีนี้


ขณะที่ "อริยา ติรณะประกิจ" ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ThaiBMA ได้เสนอแนวคิดต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ในการจัดทำข้อกำหนดเงื่อนไขที่ผู้ออกจะต้องปฏิบัติสำหรับผู้ออกหุ้นกู้เสี่ยงสูง เพราะตามมาตรฐานต่างประเทศไฮยีลด์บอนด์จะมีกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าหุ้นกู้ Investment Grade เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ออกจะต้องเอาเงินมาคืนเจ้าหนี้ระหว่างทาง


"ผู้ออกไฮยีลด์บอนด์ จะเป็นบริษัทขนาดกลางขนาดเล็ก ข้อกำหนดเหล่านี้จะต้องเข้มงวด เช่น จะต้องมีข้อจำกัดการก่อหนี้, ข้อจำกัดการจ่ายเงินออกไปจากบริษัท, ข้อจำกัดการขายทรัพย์สิน เป็นต้น ดังนั้นในอนาคตก่อนออกหุ้นกู้ อาจจะต้องมีการจัดทำข้อกำหนดลักษณะนี้ เพื่อให้สามารถไปมอนิเตอร์ในระหว่างทางได้ เบื้องต้นจะเป็นข้อเสนอการจัดทำ และนำไปหารือผู้ร่วมตลาด สำนักงาน ก.ล.ต. และนักกฎหมาย เพื่อนำมาตรฐานจากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ โดยอาจจะเริ่มใช้เป็นแนวทางปฏิบัติก่อนสำหรับผู้ออกไฮยีลด์บอนด์ในปี 67"


ปัจจุบันผู้ออกหุ้นกู้ไฮยีลด์บอนด์กว่า 99% จะเสนอขายต่อผู้ลงทุนรายใหญ่ (HNW) ประเภทบุคคลธรรมดา และที่ผ่านมาหุ้นกู้ที่มีการผิดนัดชำระหนี้ส่วนใหญ่ก็อยู่ในกลุ่มนี้ ไม่นับกรณีหุ้นกู้ บมจ.การบินไทย (THAI) โดยผู้ถือหุ้นกู้ที่ได้รับความเสียหายจากกรณี บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) และ บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป (JKN) พบว่ามีกว่า 3 พันราย/บริษัท


ส่วน"ชวินดา หาญรัตนกุล" กล่าวทิ้งท้ายว่า มาตรการต่าง ๆ ที่หน่วยงานเกี่ยวข้องจะออกมาช่วยพยุงตลาดหุ้นกู้ ส่วนตัวมองว่า ต้องให้น้ำหนักไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจาก ธปท. เป็นหน่วยงานที่มีข้อมูลตัวเลขต่าง ๆ เชิงลึก และรอบด้านกว่าหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้สามารถออกมาตรการช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด


"แต่ถ้าถามว่า วันนี้ควรออกมาตรการช่วยเหลือหรือยัง ส่วนตัวมองว่ายังไม่สมควร เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังไม่มีสัญญาณเชิงลบ ที่จะไปกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทส่วนใหญ่อย่างมีนัยสำคัญ จึงมองว่าหลาย ๆ บริษัท น่าจะยังมีแนวโน้มในการเอาตัวรอดได้"ชวินดา กล่าว







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด