efinancethai

ประเด็นร้อน

70 บิ๊ก บจ. ปั่นหุ้น-อินไซด์-ให้ข้อมูลเท็จ ถูกสั่งปรับแพ่งกว่า 128 ลบ.

70 บิ๊ก บจ. ปั่นหุ้น-อินไซด์-ให้ข้อมูลเท็จ ถูกสั่งปรับแพ่งกว่า 128 ลบ.

เปิดสถิติปี 66 พบ 70 บิ๊ก บจ.ฉวยโอกาสในตลาดหุ้นไทย หาผลประโยชน์โดยมิชอบ เอาเปรียบนักลงทุน ทั้งปั่นหุ้น-อินไซด์-ให้ข้อมูลเท็จ ถูกสั่งปรับทางแพ่งกว่า 128 ล้านบาท เกินครึ่งส่งต่อ บก.ปอศ. ดำเนินคดีขั้นสูงสุด เหตุทำผิดร้ายแรง รับผลประโยชน์จากการปั่นหุ้นไม่ต่ำ 800 ล้านบาท 


*** ก.ล.ต.สั่งปรับแพ่งปี 66 กว่า 128 ล้านบาท


การลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ข้อหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือ "การกำกับดูแลกิจการที่ดี" ของผู้บริหาร คือต้องมีธรรมาภิบาล โปร่งใส และไม่ทุจริต ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ต.ล.ท.) ย้ำมาตลอด 


แต่ก็มิวายจะพบว่าในทุก ๆ ปีจะมีผู้บริหาร กรรมการ กระทั่งผู้ถือหุ้นใหญ่ ถูกกล่าวโทษดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริต ทั้งการปั่นหุ้น, ใช้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อขาย (Inside Trader) รวมถึงให้ข้อมูลเท็จที่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาหุ้น ทั้ง 3 ความผิดดังกล่าวปี 2566 (สิ้นสุด 13 พ.ย.) มีผู้ถูกกล่าวโทษรวมถึง 70 ราย เกี่ยวข้องกับหุ้น 12 บริษัท มูลค่าปรับตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง 128.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีกว่ากว่าเท่าตัว


ทั้งนี้แบ่งเป็นกรณีที่ผู้บริหารและกรรมการรวมถึงผู้เกี่ยวข้องร่วมกันปั่นหุ้นรวม 52 ราย ในหุ้น 7 บริษัท ถูกเรียกปรับรวม 39.12 ล้านบาท ขณะที่เป็นกรณีใช้ข้อมูลอินไซด์ 13 ราย ในหุ้น 4 บริษัท ถูกเรียกปรับรวม 84.48 ล้านบาท และกรณีให้ข้อมูลเท็จ 5 รายจาก 1 บริษัท ถูกเรียกปรับรวม 5.15 ล้านบาท


ผู้ที่ถูกกล่าวโทษทั้งหมดนอกจากต้องดำเนินการชำระค่าปรับทางแพ่งแล้ว จะถูกห้ามเป็นผู้บริหารและกรรมการของบริษัทจดทะเบียนอีกด้วย ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความผิด รวมถึงบางรายถูกห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ด้วย 

 

*** 36 ราย ส่งต่อ บก.ปอศ. ดำเนินการขั้นสูงสุด

นอกจากนี้มี 36 ราย ที่ ก.ล.ต.ต้องส่งเรื่องต่อไปยัง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพราะเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความน่าเชื่อถือต่อผู้ลงทุนทั่วไป ซึ่งเป็นการกระทำผิดที่มีความร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อตลาดทุน และบุคคลบางรายไม่สามารถใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งได้ ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษบุคคลทั้ง 36 ราย ต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยเกิดจากการปั่นหุ้น 2 บริษัท เบื้องต้น ก.ล.ต.ประเมินมูลค่าผลประโยชน์ที่คนกลุ่มนี้ได้รับไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาทเลยทีเดียว


ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะนำผู้กระทำผิด มาลงโทษได้แค่ไหนในขั้นตอนสุดท้าย เพราะหลังจากกล่าวโทษไปแล้ว เรื่องมักจะเงียบไป ที่จริงต้องมีการเปิดเผยการชำระดคีว่าเมื่อสิ้นสุดกระบวนการ มีผู้ถูกลงโทษจริงเท่าไหร่ และที่ยังคาราคาซังอีกเท่าไหร่ นี่ยังไม่นับรวมอีกหลายกรนณีอื้อฉาวในตลาดหุ้นไทย เช่น แต่งงบ, ฉ้อโกง หรือทุจริตด้านอื่น ๆ ที่มีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาหุ้นและทำให้ผู้ลงทุนเสียหาย ซึ่งควรต้องลงโทษให้หนักเพราะถือว่าเป็นคนภายในบริษัทที่เอาเปรียบนักลงทุน


ประเด็นร้อน, ปั่นหุ้น, อินไซด์, ให้ข้อมูลเท็จ







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด