efinancethai

FinTech

Bitcoin จ่อพุ่ง All Time High ก่อน Halving สัญญานอันตรายหรือไม่? เอายังไงต่อดี?

Bitcoin จ่อพุ่ง All Time High ก่อน Halving สัญญานอันตรายหรือไม่? เอายังไงต่อดี?

 

Bitcoin จ่อพุ่ง All Time High ก่อน Halving สัญญานอันตรายหรือไม่? เอายังไงต่อดี?


 

การที่บิตคอยน์พุ่งขึ้นรุนแรงจนเกือบจะทำ all time high ก่อน halving ทำให้หลายคนเริ่มกังวลว่า หลัง halving รอบนี้เราจะยังเห็น Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงตาม pattern ที่เป็นมาตลอดอายุของมันหรือไม่ แล้วเราจะไปอย่างไรกันต่อดี

 

ก่อนจะตอบคำถามนี้ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อน ว่าทำไม Bitcoin ถึงราคาพุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรง และต่อเนื่อง แทนที่จะเป็นการค่อย ๆ ขึ้น ในช่วงระหว่าง 18 เดือนก่อนที่จะ halving 

 

ในตลาดคริปโทฯปัจจุบัน เราสามารถแบ่งนักลงทุนออกได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มนักลงทุนที่เข้าใจตลาด เข้าใจในวัฏจักรของ Bitcoin และรู้ว่าหลังจาก halving ราคาจะพุ่งขึ้น ซึ่งคนในกลุ่มนี้ก็ยังแบ่งออกได้เป็นคนที่อยู่ในโลกคริปโทฯแต่แรก และคนที่มาจากโลกการเงินดั้งเดิม รวมไปถึงสถาบันการลงทุนต่าง ๆ  นักลงทุนกลุ่มที่สองคือกลุ่มที่ไม่เข้าใจ และไม่ทราบถึงวัฏจักรของ Bitcoin กลุ่มนี้คือกลุ่มคนที่ซื้อ Bitcoin ที่ราคา 60,000 USD ในรอบหนึ่งปีครึ่งหลัง halving ในรอบที่แล้ว

 

เมื่อกลุ่มคนกลุ่มแรก เห็น timing ของการเข้าซื้อ Bitcoin ตรงกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือแรงซื้อมหาศาลที่ไหลเข้าสู่ตลาด ซึ่งครั้งนี้มีนักลงทุนที่เป็น traditional investors และนักลงทุนสถาบันฯ ร่วมด้วยผ่าน Spot Bitcoin ETFs ซึ่งสังเกตได้จากปริมาณการซื้อ ETFs ที่เป็นบวกทั้งใน Blackrock และ Fidelity ทุกวันตั้งแต่เปิด ETFs มา โดยที่บางวันมีปริมาณการซื้อมากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อนักลงทุนไหลเข้าตลาดจำนวนมาก ก็ทำให้ราคาของ Bitcoin วิ่งขึ้น “ดังนั้นถ้าเราจะพูดว่า Bitcoin พุ่งขึ้นจาก price impact ของเหล่านักลงทุนที่เข้าใจใน cycle ก็คงไม่ผิดนัก”

 

 

คำถามถัดมาคือเราควรจะเอาอย่างไรต่อไป ในมุมมองผมเห็นว่านักลงทุนที่เข้าใจตลาด และเข้ามาเก็บ Bitcoin ในรอบนี้ ยังเก็บอยู่ในราคาที่แพง และยังมี momentum  ของการเก็บอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ต้องจับตามองคือหลังจาก halving กลุ่มคนที่เป็นนักลงทุนกลุ่มนี้ จะเริ่มลดการซื้อ และถือรอให้ราคาขึ้นและขายบางส่วนเพื่อทำกำไร การที่หลัง halving การเกิดของ bull run อีกรอบ จะต้องมาจากนักลงทุนกลุ่มที่สอง ที่ไม่เข้าใจ cycle ของตลาด และเข้ามาเป็นแรงซื้อให้กับตลาด และเป็น exit liquidity ให้กับนักลงทุนกลุ่มแรก

 

ที่นี้ก็ต้องวัดใจว่าความร้อนแรงของ Bitcoin ในช่วงนี้ จะสามารถดึงเอานักลงทุนหน้าใหม่ ๆ ทั้งรายย่อย และสถาบันฯ เข้ามาในตลาดได้หรือไม่ ถ้าได้ เราก็จะได้เห็น bull run อีกครั้งหลัง halving เพราะถ้าเอากันจริง ๆ แรงซื้อใน Bitcoin ช่วงนี้นับว่ามาจากคนกลุ่มแรกที่เข้าใจตลาด

 

ความเสี่ยงที่ต้องระวังคืออะไร? 

 

ปัจจัยสำคัญที่แตกต่างจากรอบที่แล้วและต้องระวังคือ นักลงทุนกลุ่มที่มาจากสถาบันฯ เนื่องจากนักลงทุนกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะทำกำไรบางส่วนระหว่างขาขึ้นแทนที่จะถือยาว ๆ เพื่อเทขาย 12-18 เดือนหลัง halving ยิ่งไปกว่านั้น นักลงทุนกลุ่มนี้ยังมีแนวโน้มที่จะออกจากตลาด ก่อน timing ที่ตลาดจะ crash จริง ๆ ซึ่งอาจจะทำให้ราคาร่วงอย่างหนัก และทำให้ bear market อาจจะมาถึงเร็วกว่ากำหนดได้ จุดที่ต้องเฝ้าระวังน่าจะเป็นจุดที่เริ่มเห็น fund flow ไหลออกจากกลุ่มนี้เพราะเอาจริง ๆ เราไม่ทราบว่าพวกเขามี expected return เท่าใด


 

จากกราฟคือผลตอบแทนย้อนหลังรายวันจากบิตคอยน์แปดปี 17 ก.พ.2016-17 ก.พ.2024


 

จากภาพ P1 = -10.21% , P1 คือเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ 1 แปลว่าในอดีตที่ผ่านมาในหนึ่งวันถ้าเราอยู่ใน 1% ที่แย่ที่สุดเรามีโอกาส 1% ที่เราจะเสียเงินมากกว่า 10% หมายความว่าเราลงทุนไป 1 ล้านบาทมีโอกาสเสียเงิน 100,000 บาทภายในวันเดียว และ P10 = -3.56%,หมายความว่าในหนึ่งวันมีโอกาสถึง 10% ที่เราจะเสียเงิน 3.56% ภายในวันเดียว

 

ทั้งนี้ อยากจะบอกว่าไม่ว่าจะเป็น Bitcoin หรือคริปโทฯ คือสินทรัพย์เสี่ยงมากการที่จะเข้ามาในตลาดนี้ เราจะต้อง 1.แบ่งเงินจำนวนน้อย ๆ จำนวนเงินที่เราพร้อมจะเสียได้ 2.เข้าใจถึงความเสี่ยง เราต้องบริหารความเสี่ยงให้เป็น รู้จักการกระจายความเสี่ยงและการลงทุน

 

สิ่งที่ผมกลัวคือถ้าเกิดว่าแพทเทิร์นนี้มันยังอยู่จริง แน่นอนว่าตลาดมันจะวิ่งแรงมากแล้วคนที่เข้ามาในช่วงนั้นก็จะรู้สึกว่ามันง่ายมาก ซื้อเหรียญไหนก็ได้กำไร แล้วเราจะยิ่งไปเอาทรัพย์สินต่าง ๆ ใส่เพิ่ม เพราะเราคิดว่ามันจะขึ้น แต่พอถึงจุดที่มันระเบิดพวกเราก็ตายเรียบ ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น สิ่งที่เราต้องโฟกัสกับมันไม่ใช่ผลตอบแทนแต่คือ “การบริหารจัดการความเสี่ยง”


 

บทวิเคราะห์โดย ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน (เอ็ม) ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษาของ ForwardX และ Forward Labs และอาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

กราฟิก: ณัฐชนน พูนชัย (Boom)
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh