efinancethai

FinTech

รู้จัก BlackRock บริษัทจัดการการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

รู้จัก BlackRock บริษัทจัดการการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

รู้จัก BlackRock บริษัทจัดการการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

 

ท่ามกลางการแข่งขันในวงการเศรษฐกิจ การเงินและการลงทุนทั่วโลก อาจมีเพียงไม่กี่องค์กรเท่านั้นที่จะใหญ่โตและมีอิทธิพลพอที่จะเขย่าบังลังก์พี่ใหญ่อย่าง BlackRock ได้ เป็นเวลากว่า 35 ปีที่ BlackRock ก่อตั้งและเติบโตขึ้นจนเป็นบริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั่วทั้งทวีปและตลาดการเงินทั่วโลก ในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จัก BlackRock ทั้งที่มาและบทบาทในโลกการเงินที่สร้างอิมแพคให้กับแวดวงการลงทุนในปัจจุบัน

 

BlackRock Inc. (ดำเนินธุรกิจในชื่อ BLK) เป็นบริษัทการลงทุนข้ามชาติสัญชาติอเมริกัน ตั้งอยู่ในนิวยอร์ก ก่อตั้งขึ้นในปี 1988 โดยเริ่มแรกวางบทบาทตัวเองเป็นบริษัทจัดการความเสี่ยงระดับองค์กรและผู้จัดการสินทรัพย์สถาบันตราสารหนี้ นับเป็นผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารอยู่ที่ 9.42 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2023) BlackRock ดำเนินกิจการทั่วโลกโดยมีสำนักงาน 70 แห่งใน 30 ประเทศ และมีลูกค้าใน 100 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นผู้จัดการของกลุ่ม iShares ด้วย เมื่อพิจารณาจากรายรับของ BlackRock จะถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 184 ในบรรดารายชื่อบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา

 

นอกจากในเรื่องของการลงทุนแล้ว BlackRock ยังพยายามวางตำแหน่งตัวเองในฐานะผู้นำการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืน (Environment, Social, Governance: ESG) โดยได้มีการออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงฟอสซิล อุตสาหกรรมอาวุธ และการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นต้น

 

จนมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า BlackRock เป็นเจ้าของอะไรบ้าง? ข้อมูลจากเว็บไซต์ wallmine.com ระบุว่า BlackRock มีการลงทุนในธุรกิจระดับบิ๊กของโลก ไม่ว่าจะเป็น Apple Inc, Microsoft, Meta, Amazon, Tesla และอื่น ๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าบริษัท Top 5 ของโลก (AAPL, MSFT, AMZN, NVDA, GOOGL) BlackRock เป็นหุ้นส่วนหมดแล้ว คิดเป็น 16.34% ของพอร์ต BlackRock เลยทีเดียว

 

 

Source: wallmine

 

จากตรงนี้ ทำให้หลายคนอาจสงสัยเข้าไปอีกว่าใครกันนะคือเจ้าของ BlackRock?  ข้อมูลจากเว็บไซต์ fourweekmba.com ระบุว่า BlackRock มีเจ้าของเป็นนักลงทุนระดับสถาบันใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น The Vanguard Group ด้วยสัดส่วน 9.06% บริษัท BlackRock Holdings Inc. สัดส่วน 6.97% และหน่วยงานการลงทุนประเทศคูเวต (Kuwait Investment Authority) สัดส่วน 5.33% นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนรายย่อยชั้นนำประกอบด้วยผู้ก่อตั้งและประธานของ Blackrock เองอย่าง Laurance Flink และผู้ร่วมก่อตั้ง Robert Kapito ด้วย

 

Source: FourWeekMBA

 

ในปี 2018 BlackRock มีสินทรัพย์อยู่ในการจัดการมูลค่ากว่า 5.97 ล้านล้านดอลลาร์ โดยสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของ BlackRock เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2019 แตะที่ 7.43 ล้านล้านดอลลาร์ และยังคงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนในปี 2020 มีมูลค่าถึง 8.67 ล้านล้านดอลลาร์ และพุ่งไปที่ 10 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2021 จนกระทั่งในปี 2022 สินทรัพย์ภายใต้การบริหารของ BlackRock เผชิญกับการลดลงโดยเหลือมูลค่ารวมอยู่ที่ 8.59 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

iShares จาก BlackRock ผู้เล่นรายใหญ่เขย่าวงการคริปโต

 

ภายใต้องค์กรของ BlackRock ยังมีแบรนด์ย่อยอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือ iShares ผู้นำระดับโลกในด้าน Exchange Traded Funds (ETF) ที่เป็นส่วนหนึ่งของ BlackRock โดยมีกองทุนมากกว่า 1,250 กองทุน iShares ETFs ใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าสำหรับอุตสาหกรรมการเงินและนักลงทุน ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1996 โดยกองทุน ETFs แรกของ iShares ถูกสร้างขึ้นมีชื่อว่า World Equity Benchmark Shares (WEBS) หลังจากนั้นอีก 4 ปีต่อมา กองทุน WEBS ถูกรวมเข้ากันกลายเป็นแบรนด์ใหม่คือ iShares นั่นเอง

 

 

iShares จาก BlackRock ได้เริ่มมีการขอจดทะเบียน Spot Bitcoin ETF เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2023 จากไทม์ไลน์การยื่นจดทะเบียนครั้งประวัติศาสตร์ของวงการคริปโตที่หลายคงกำลังจับตามองนี้ วารสารทางการของรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา (Federal Register) ได้มีการระบุวัน (ที่น่าจะเป็นการคาดการณ์) เป็นวันที่ 24 ก.พ. 2024 นักลงทุนยังคงเฝ้ารออย่างใกล้ชิดว่ากำหนดการนี้จะมีเปลี่ยนแปลงให้เร็วขึ้นหรือช้าออกไปกว่าเดิมหลังจากที่ขยายเวลาการอนุมัติมาแล้วถึง 3 ครั้ง และทิศทางของ BlackRock ที่จะเดินเกมอย่างไรในวงการคริปโตก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน

 

อ้างอิง: BlackRock, Wikipedia, Fourweekmba, Twitter (X), iShares

 

คำเตือน:

-คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน

-สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

-ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต

 

กราฟิก: ณัฐชนน พูนชัย (Boom)

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh